
Marketiva (สำหรับมือใหม่)
มีเงินฟรีให้เทรดจริง 5 เหรียญ
และเงินทดลองเทรด 10000เหรียญ
Leverage 1:100เทรดได้ต่ำสุด 1 เซน
มีห้อง Chat room สำหรับคอยให้ความช่วยเหลือ
โปรแกรมเทรด Streamster ง่ายต่อการ
เทรด Live Support คอยให้ความช่วยเหลือ
คลิกที่นี่เพื่อ เปิดบัญชีฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
|
Instaforex
เปิดบัญชีกับ Instaforex รับโบนัสทันที 30 %
ของเงินลงทุนและ โปรโมชั่นพิเศษกับ
Fix bonus 30/110/200 โปรแกรมเทรด
MT4 บัญชี Standard เทรดต่ำสุด 0.01 lot
จุดละ0.01 ดอลล่าห์ลงทุนต่ำสุด 1 ดอลล่าห์
Leverage สูงสุด 1 :500 คลิกที่นี่เพื่อ
เปิดบัญชีฟรี ( ใส่ OET ตรงช่อง Affiliate Code)
|
.jpg)
FXOpen
Micro Account ลงทุนต่ำสุด 1 $ รับโบนัส 1 $
เทรดต่ำสุด 0.1 lotจุดละ 0.01 ดอลล่าห์
StandardAccount ลงทุนต่ำสุด 25 $
รับโบนัสทันที 25 $ เทรดต่ำสุด 0.1 lot
จุดละ 1 ดอลล่าห์ เมื่อเทรดครบ
100 Lot รับทันที 100 $ Margin Leverage
สูงสุด 1:500คลิกที่นี่เพื่อ เปิดบัญชีฟรี
|
|
ตารางเวลาเปิด-ปิดของตลาดการเงินทั่วโลก( Forex Market Time)
|
ตารางเวลาเปิด-ปิดของตลาดการเงิน (Forex Market Time)
|
| Time |
GMT |
0 |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
6 |
7 |
8 |
9 |
10 |
11 |
12 |
13 |
14 |
15 |
16 |
17 |
18 |
19 |
20 |
21 |
22 |
23 |
| Zones |
ไทย |
7 |
8 |
9 |
10 |
11 |
12 |
13 |
14 |
15 |
16 |
17 |
18 |
19 |
20 |
21 |
22 |
23 |
0 |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
6 |
| M |
USD
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
O |
O |
O |
O |
O |
O |
O |
O |
O |
O |
|
|
| a |
GBP |
|
|
|
|
|
|
|
O |
O |
O |
O |
O |
O |
O |
O |
O |
|
|
|
|
|
|
|
|
| r |
EUR |
|
|
|
|
|
|
O |
O |
O |
O |
O |
O |
O |
O |
O |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| k |
CHF |
|
|
|
|
|
|
O |
O |
O |
O |
O |
O |
O |
O |
O |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
e
|
JPY |
O |
O |
O |
O |
O |
O |
O |
O |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| t |
AUD |
O |
O |
O |
O |
O |
O |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
O |
O |
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
จะเห็นว่า เวลาเปิด-ปิดของตลาด จะคาบเกี่ยวกันตลอดทั้งวัน ซึ่งก็หมายความว่า ราคาของค่าเงินมีการเปลี่ยนแปลงตลอด 24 ชั่วโมง แต่เราไม่ควรเล่นทั้งวัน
ช่วงเวลาที่น่าเล่นที่สุดคือ 12.00-22.00 เวลาประเทศไทย ช่วงนี้ตลาดจะมีเทรนและมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน สามารถบอกทิศทางได้
การวิเคราะห์กราฟของ Forex
การวิเคราะห์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน( Fundamental Analysis) และการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)
1.การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน คือการวิเคราะห์ ข่าว เศรษฐกิจ เหตการณ์ต่างๆของประเทศนั้นๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเล่่น USD/JPY เราเล่นค่าเงิน ดอลล่าห์
เทียบ เงินเยน ของ ยี่ปุ่น เราก็ต้องดูข่าวของ อเมกาและข่าวของยี่ปุ่น ยกตัวอย่างข่าว ถ้าข่าวของเมกาออกมาดี ทำให้ดอลล่าห์แข็งค่าขึ้น จะทำให้ USD/JPY
ขึ้น แต่ถ้าข่าวของเมกาออกมาไม่ดี จะทำให้ดอลล่าห์อ่อนค่าลง จะทำให้ USD/JPY วิ่งลง เราสามารถดูข่าวได้จาก www.forexfactory.com หรือจากด้านล่างนี้
จากตารางข่าวด้านบน จะประกอบด้วย Date(วันที่) ,Time (เวลา), Currency(ค่าเงิน), Impact(ความแรงของข่าว) ,Actual (ค่าที่ออกจริง),
forecast(คาดการณ์) ,previous(ตัวเลขที่ออกก่อนหน้านั้น)Impact สีแดงจะเป็นข่าวที่มีความสำคัญมากที่สุด รองลงมาคือสีส้ม และสีเหลือง
และสีข่าวจะแสดงว่าเป็นวีนหยุดของตลาดของประเทศนั้นและตัวเลขจริงที่ออกมาActual ตัวเลขที่ออกมาจะมี 3 สีด้วยเช่นกัน คือ สีเขียวคือข่าวดี
สีแดงคือข่าวไม่ดี สีดำคือไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทั้งนีี้้ก็ขึ้นอยู่กับความแรงของข่าวด้วย Impact ถ้าข่าว High Impact สีแดง
และตัวเลขที่ประกาศออกมา เป็นสีเขียวหรือสีแดง ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้น-ลงประมาณ 100 pips ขึ้นไป
-วิธีการเกร็งกำไรจากข่าวในตาราง Forexfactory ให้ีรอดูตัวเลขจริง Actual ออกมาก่อนนะครับ เมื่อตัวเลขจริงออกมามากกว่าเมื่อเทียบกับตัวเลขที่คาดการณ์
ไว้จะส่งผลทำให้ดีกับค่าเงินนั้นๆ แต่ถ้าตัวเลขจริงออกมาน้อยกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้จะส่งผลเสียกับค่าเงินนั้นๆ เช่น ถ้าข่าวของ USD ออกมามากกว่า
ตัวเลขคาดการณ์(Forecast) จะทำให้ USD / XXX ขึ้น และทำให้ XXX / USD ลง ( XXX คือ ค่าเงินของประเทศนั้นๆเมื่อเทียบกับดอลล่าห์สหรัฐ(USD)
อาทิเช่น JPY CHF CAD AUD NZD GBP )
เว็บข่าวที่เกี่ยวกับ Forex
2.การวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ การใช้เครื่องมือ (Tool) ตัวชี้วัด( Indicator) และรูปแบบกราฟต่างๆ (Chart pattern) ในการคาดการณ์ว่าแนวโน้มในอนาคตจะเป็นอย่างไร
- เครื่องมือ (Tool) คือเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ Trendline Fibonacci เป็นต้น
- ตัวชี้วัด (Indicator) คือ เป็นตัววัดการเคลื่อนที่ของราคา ซึ่งจะเกิดหลังราคา อินดิเคเตอร์ แบ่งออกเป็น 2แบบใหญ่ๆ คือ ตัวชี้วัดที่บอกแนวโน้ม (Trend Indicator)และตัวชี้วัดที่วัดการแกว่งของตลาด(Oscilator Indicator)Trend Indicator ได้แก่ Moving Average Bolinggerband Parabolic sar และ Oscilator Indicator ได้แก่ MACD , Stochastic , RSI , CCI , ADX
- รูปแบบกราฟ (Chart Pattern) เป็นรูปแบบการสร้างตัวของกราฟ ได้แก่ รูปแบบของกราฟแท่งเทียน ( Candlestick Pattern) รูปแบบการกลับตัว (Reverse Pattern)
- ทั้งหมดเหล่านี้ สามารถเรียนรู้ได้จาก www.babypips.com (ภาษาอังกฤษ นะครับ)
เครื่องมือที่ใช้การเกร็งกำไรสำหรับมือใหม่่
- Moving Average (Exponenetial) :EMA period 5 และ period 20
ฺี สัญญาณซื้อ ( Buy Signal ) ฺี Buy เมื่อ EMA 5 ตัด EMA 20 ขึ้นไป สัญญาณขาย( Sell Signal) Sell เมื่อ EMA 5 ตัด EMA 20 ลงมา
-Parabolic Sar ค่าเดิมไม่ต้องเปลี่ยนแปลง
สัญญาณซื้อ (Buy Signal) Buy เมื่อ เกิดจุดไข่ปลาปรากฏด้านล่างของเส้นราคา และ สัญญาณขาย (Sell Signal) Sell เมื่อ เกิดจุดไข่ปลาปรากฏอยู่ด้านบนของเส้นราคา
-Moving Average Convergence Divergence : MACD (12-26-9) ค่าเดิมไม่ค้องเปลี่ยนแปลง
สัญญาณซื้อ(Buy Signal) Buy เมื่อ เส้น macd line ตัด Signal line ขึ้นไป และ สัญญาณขาย (Sell Signal) Sell เมื่่อ Macd line ตัด signal line ลงมา
|